14.7.51

ถึงแม่ใหญ่ ด้วยรัก คิดถึงด้วยนะ






คิดถึงแม่ใหญ่ วันนี้ก็นึกถึง เห็นหน้าแม่ก็คิดถึงแม่ใหญ่ขึ้นมาด้วย 

ป่านนี้ไปอยู่ไหนแล้วนะ

230608

ระลึกถึงแม่ใหญ่ ด้วยรัก
อาทิตย์ที่ผ่านมาเราต้องไปงานศพยายเรา ยายที่เป็นแม่ของแม่เราและน้าๆ อีกเพียบ รวม 12 คน
โดยที่หลานๆ เรียกว่า แม่ใหญ่

แม่ใหญ่ของเราอายุ 87 ปี ใจดีมาก รักลูกหลานทุกคน
แม่ใหญ่นอนแบบนี้มาเป็นเดือน โดยมีแม่เราและน้าๆ คอยปรนนิบัติ ไม่ได้ขาดตกบกพร่อง เข้าออกโรงพยาบาลอยู่ช่วงนึง
ร้องกลับบ้านตลอด แล้วก็หลงๆ ลืมๆ แล้ว งอแงเป็นบางที จนบางทีคนที่คอยปรนนิบัติก็พลอยน้อยใจไป
บางทีที่เรากลับไปเยี่ยม แม่ใหญ่ก็จำเราได้เรียกชื่อ จูน บางทีก็บอกว่าหน้าคุ้นๆ นะ ยิ้มแล้วฟันเหมือนไอ้จูนเลย
เราก็อำไปบ้างอะไรบ้าง แต่แกจะถามทุกครั้ง มานานแล้วหรอ กินข้าวหรือยัง อะไรทำนองนี้ ตอนจะกลับก็..กลับแล้วหรอ
ไว้มาอีกนะ แกเป็นคนมีน้ำจิตน้ำใจดี ประเสริฐมากๆ แล้วก็เป็นคนขยันขันแข็งมาก เลี้ยงลูกหลัก 10 คนมาได้ขนาดนี้
แค่คิดก็หนาวแล้ว ถ้าเทียบกับแม่ใหญ่แล้ว เรากลายเป็นคนหนักไม่เอาเบาไม่สู้ไปเลย

บอกตามตรงว่าเราไม่คิดว่าแม่ใหญ่จะอยู่มาได้นานขนาดนี้ เราเองก็เป็นประเภทไม่อยากให้แกทรมานนานๆ
เห็นแล้วเศร้า สงสารแก

วันที่แกใกล้สิ้นลมลูกหลานทุกคน ก็เร่งรุดไปเยี่ยมลา
เป็นครั้งสุดท้าย แม่โทรมาบอกว่า แม่ใหญ่ใกล้แล้วนะลูก พรุ่งนี้เสร็จธุระแล้วรีบมานะ
เราไปก็เกือบคนสุดท้ายแล้วก็เห็นแกนอนลืมตา เราเข้าไปทัก แกก็ออกอาการว่ารับรู้ทางแววตา
แต่ตาของแม่ใหญ่ มองตรงๆ ไม่กะพริบตาเลย มองไปที่ไหนก็ไม่รู้ ตัวก็เล็กลงไปมาก ขยับตัวไม่ได้แล้ว อย่าว่าแต่อาหารเลย 
น้ำยังกินไม่ได้ นอนลืมตาโพลงอยู่อย่างนั้น

เห็นซี่โครงขยับขึ้นลง ตามจังหวะหายใจชัดมาก เนื้อหนังมังสาหดตัวไปแนบชิดติดกระดูก น้าเรายังเปิดเสื้อให้ดู
เรายังแซวยายเล่นอยู่เลย ว่านมเล็กลงไปเยอะเลย น้าก็เออ ออ กันขำๆ ทำใจกันไว้แล้ว
( ตอนแม่ใหญ่ยังอยู่เราชอบไปจับนมยายเล่น เพราะนมแม่ใหญ่ยาน จับมันมือดี ยายก็ไม่เคยรังเกียจ หรือวุ้ยว้ายเหมือนสาวๆ แถมยังหัวเราะขำๆ อีก)
แม่เล่าให้ฟังว่า อาทิตย์ก่อนหน้านี้ ที่เป็นช่วงวันพระวันโกน แกลุกขึ้นมาพูดๆ ไม่หลับไม่นอน อยู่จนเช้าแล้วก็หลับไปสองวันติด
บางทีก็พูดภาษาจีนจ้อเลย (แม่ใหญ่มีเชื้อสายจีน แต่เค้าก็งงๆ กันว่าพูดได้ขนาดนี้เลยหรอ) แล้วก็พูดถึงแต่คนเก่าคนแก่ที่ตายไปแล้วทั้งนั้น บ้างก็มาหาบอกน้าว่าอย่านั่งที่ตรงนั้น เพื่อนแม่ใหญ่มาเยี่ยมนั่งกินเหล้ากันอยู่ น้าก็เหวอไป แล้วก็บอกว่ามีเพื่อน (ที่ตายไปแล้ว) มารอรับอยู่หน้าบ้านบ้างอะไรบ้าง

่คนสุดท้ายจริงๆที่มาเยี่ยม คือน้าสะใภ้ และลูกพี่ลูกน้อง
ที่เดินทางมาจากชลบุรี เหมือนแม่ใหญ่จะรอให้มาเห็นหน้าครบทุกคนอย่างนั้นแหละ ตาที่ลืมโพลงอยู่ก็ปิดสนิท
แล้วก็หยุดหายใจไปเลย ทุกคนก็พูดกันว่า แกรักลูกหลาน แกรอให้มาให้ครบก่อน เรามาเยี่ยมแล้วก็กลับไปทำงานต่อ
ยังไม่ทันถึงที่ แม่ก็โทรมาบอกว่า แม่ใหญ่สิ้นแล้วนะลูก หลังจากวางโทรศัพท์..ไม่คิดเลยว่าน้ำตาจะไหล

เราคิดมาตลอดเลย ว่าเราทำใจแล้ว แล้วก็ไม่อยากเห็นแกทรมาน แต่น้ำตาก็ไหล

วันที่ไปรดน้ำ สวดศพ ตลอดอาทิตย์ เราไหว้แม่ใหญ่แล้วก็บอกแกว่า ไปที่ดีๆ นะ แล้วเราคงได้เจอกันใหม่ ไม่ต้องห่วงกังวลอะไรแล้ว ตอนนั้นไม่รู้แกอยู่ไหนแล้ว เจอน้องๆ พี่ๆ หลานๆ ก็คุยกันเล่นกันเป็นที่สนุกสนาน น้องและหลานตัวแสบๆ ก็ทำบรรยากาศให้ครึกครื้นดีทีเดียว วันสุดท้ายคือวันเผา ก็มีทำบุญตอนเช้า ไหว้ใหญ่แบบจีน
แล้วพวกลูกๆ ก็ทำทีเป็นยกกล่องสมบัติ?(กระดาษ) ที่บรรจุของใช้ต่างๆ และเงินทอง (กระดาษ) จนเต็มกล่อง
ทำทีว่าหนัก ยกแทบไม่ขึ้น แล้วเราก็ไปยืนล้อมกล่องสมบัติที่ถูกเผาไปให้แม่ใหญ่ กันเป็นวงกลม ประมาณว่าให้แม่ใหญ่เท่านั้น วิญญาณอื่นไม่มีสิทธิ์ จบขั้นตอนนี้เราก็รอตอนเย็น มีพระมาสวดและเทศน์ แขกเหรื่อมากันหนาตาแล้ว ต่อไปก็เป็นการแห่ศพย้ายไปที่เมรุ โดยนำโลงศพวางบนรถแห่ศพที่ประดับประดาสวยงามด้านข้างเป็นรูปพญานาค
ญาติๆ และคนสนิทเดินรอบเมรุเวียนซ้าย 3 รอบ แม่เราเป็นลูกคนโตถือรูป ส่วนลูกชายถือกระถางธูป แม่บอกว่าอย่าเดินตามหลัง ให้เดินข้างหน้านำแม่ใหญ่เค้าไปไม่ใช่เดินตาม เราเดินอยู่ช่วงหน้าโลง ไปๆ มาๆ ทำไมมาอยู่ตรงข้างโลงศพก็ไม่รู้ ช่วยเข็นรถพญานาคไปซะงั้น (คนที่บังคับรถอันนี้ บังคับไม่ได้เรื่อง เลี้ยวไม่พ้นบ้าง เลี้ยวไม่ทันบ้าง จนคนในขบวนต้องมาคอยช่วยประคองรถให้อยู่ในทิศในทาง) เมื่อญาติๆ ฝ่ายชายยกโลงศพแม่ใหญ่ไปตั้งบนเมรุเป็นที่เรียบร้อย ต่อไปก็เป็นการทอดผ้าบังสุกุล โดยแขกคนสำคัญๆ หลังจากนั้นแขกที่มาก็ทยอยกันเอาดอกไม้จันขึ้นไปวาง พวกเราต้องมายืนไหว้ขอบคุณแขก ตรงทางลง จนแขกหมด

ถึงเป็นคราวของญาติพี่น้อง เราขึ้นไปดูแม่ใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย เอาดอกไม้ไปวาง จนประตูห้องเผาเลื่อนลงมาปิด
น้ำตาไหล นึกในใจว่าสุดท้าย เราก็คงไม่อาลัยกับโลกนี้แล้ว ลูกๆ ของแม่ใหญ่ร้องให้กันทุกคนเลย คิดซะว่าเราคงได้เจอกันใหม่
แม่ใหญ่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ หนังสืออะไรแกก็อ่านได้ เราเคยเอาหนังสือเรื่อง 100 ปีแห่งความโดดเดี่ยวไปให้แกอ่าน
พอแกอ่านจบ เราก็ไปเอาคืนแล้วถามว่า เล่มนี้เป็นไง แกบอกว่าเหมือนชีวิตแม่ใหญ่เลย...
เราก็เลยอึ้งๆ โดดเดี่ยวเหมือนชื่อเรื่องเลยหรอ ไม่เป็นอย่างนั้นหรอกมั้ง เพราะใครๆ ก็รักแม่ใหญ่


แล้วเราคงได้เจอกันใหม่ ที่ไหนซักแห่งนะ ใช่ไหม

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คิดยังไง..หรือจ๊ะ / what you think ?

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More