Hello !! This is the official

Welcome to Bear-Garden official site.

Bear-Garden new album !!

OUT NOW!!!

Bear-Garden Moulting T-Shirt 2012

Limited Edition June's pen drawing

Bear-Garden Bass and Drum Set

Bear-Garden Drum and Bass Show, Compact, Ready to go.

BB Brothers Cartoon

If you like Labrador dogs and like cartoons. Do not forget to follow the story of two brothers, Baloo and Barley here! That is so much fun.

12.9.59

On earth 01

ในปีนี้ชีวิตพบความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง
แม้หลักๆ จะหนักๆ แต่ชัดแจ้งกระจ่างใจมากขึ้น ฉันคิดว่าสุดท้ายชีวิตเราจะไปตามเส้นทางที่เราอยากไป
และอยากจะเป็น ถ้าเราได้ฟังเสียงตัวเองมากพอ

ที่อยู่อาศัย : ที่ๆ เราอยากอยู่ อาศัย พักพิง ปลอดภัย
การงานและอาชีพ : สิ่งที่เราอยากทำหรือคิดว่าอยากจะทำและอยากจะเป็น
ความสัมพันธ์ : ความสัมพันธ์ที่บั่นทอน และไม่จำเป็น ให้ละทิ้งมันเสีย

เมื่อได้มีประสบการณ์บนโลกเพิ่มเติมขึ้นมานั้น ก็จะตระหนักได้ว่า ชีวิตหลักๆ ก็คือการตั้งรับ และระแวดระวังภัย ความเจ็บปวดต่างๆ ทางกายทางใจ ที่ไม่มีใครหนีพ้น สิ่งที่ไม่คาดคิดต่างๆ ทยอยมาเซอร์ไพรซ์ตลอดทั้งชีวิตนั่นแหละ จิตใจที่ต้องคอยประคองไม่ให้เจ็บปวดเกินไปจากสิ่งที่คาดหวัง การจากลาที่เราไม่ต้องการ ที่เหมือนหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ทุกอย่างพัดผ่านไป บ้างก็ผ่านไปอย่างเอื่อยๆ เรื่อยเฉื่อย บ้างก็พัดกรรโชก และพัดพาบางสิ่งบางอย่างปลิดปลิวตามไป






อาจจะน่าเจ็บใจที่เราเริ่มเข้าใจ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขมันได้
แต่ถ้าควบคุมมันได้บ้างแม้ยังไม่เบ็ดเสร็จ..ก็ยังดี
เหมือนจิตใต้สำนึกที่อยากจะตื่นขึ้น แต่ร่างกายกลับสั่งให้นอนนิ่งๆ รอวันสูญสลาย
เหมือนใจรู้ดีว่าต้องเดินต่อ แต่ก็ก้าวขาไม่ออก
ความเศร้าที่อยากจะขจัด แต่กลับอยากจะซึมซับมันให้เต็มที่เสียก่อน

มองไปรอบตัว ใบไม้ผลิใบอ่อน เพราะฝนชุ่มฉ่ำในช่วงเวลานี้
มันไม่คิดไม่รีรอ ดำเนินชีวิตต่อไปไม่หยุดนิ่ง
ฉันรู้สึกว่ามนุษย์อย่างฉันน่าสมเพช ทำอะไรที่ไม่จำเป็นเสียมากมาย
แต่ฉันไม่มองโลกในแง่ร้าย ไม่ว่าใครๆ ก็มีสิ่งที่ต้องเผชิญด้วยกันทั้งสิ้น มาก-น้อย
พอถึงปลายทางถ้าสะบักสะบอมไปบ้าง แต่สามารถตระหนักรู้ได้ ฉันก็ว่ามาถูกทางแล้วนะ




4.4.59

ลาบไก่ทอด-วันเกิด-คนจร

วันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2559

ที่มิวเซียมสยามมีงานวันเกิดครบรอบ 8 ปี ด้วยความที่เคยไปออกร้านขายลาบไก่ทอดในงาน Noise Market มา 2 ครั้ง ด้วยเหตุที่ว่ามันอร่อยและราคาย่อมเยาสมเหตุผล (เค้าว่างี้นะ) ทางมิวเซียมจึงได้เชิญชวนร้านลาบไก่ทอดของเราไปออกร้านอีกครั้ง ในงานวันเกิดครั้งที่ 8 ของชาวมิวเซียมสยาม

เราได้ทำการตระเตรียมวางแผนไปสำหรับลาบไก่ทอดประมาณ 100 จาน ทอดไก่ไปประมาณ 10 กิโล แม่เป็นคนทอดให้ เหมือนการขายในครั้งที่ 2 เตรียมของเสร็จเรียบร้อยจากบ้าน เราไปเตรียมตัวจัดร้านพร้อมขายประมาณ 3 โมงครึ่ง คนเริ่มทยอยมาเรื่อยๆ เพื่อมาดูดนตรีในงาน เราก็ทยอยขายไปเรื่อยๆ แต่คนน้อยกว่าที่คาดคิด เมื่อเวลาใกล้คอนเสิร์ตจบ ไก่ที่นอนทับๆ กันอยู่ในหม้อ เหลืออีกประมาณ 3 กิโลได้ ก็เลยคิดวิธีจัดการกับมัน ที่คิดไว้ตอนแรกว่าถ้าในกรณีขายไม่หมดจะนำไปแจกจ่ายคนจรแถวเสาชิงช้า ที่คิดต่อมาว่าหรือจะเอาไปใส่บาตรในวันต่อไปดี

สุดท้ายคิดว่าจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเอาไปแจกคนจร ส่วนที่เหลือจะเอาไปใส่บาตรก็แล้วกัน
เมื่อตัดสินใจได้ดังนี้เลยขับรถไปเสาชิงช้า เป็นครั้งแรกที่จะทำการณ์นี้ก็เลยเก้ๆ กังๆ แอบลังเล ว่าจะทำยังไงอะไร วนรถไป 1 รอบ เห็นคนประปรายอยู่แถวหน้าศาลากลางเยอะอยู่ ก็เพ่งมองว่าใช่คนจรหรือคนมานั่งเล่นแถวนี้กันแน่วะ เพ่งไปเพ่งมาก็เป็นคนจรที่มีจำนวนเยอะกว่าที่คาดไว้มากอยู่

พอเรากระพริบไฟเพื่อจอดรถ ก็มีคนมาถามว่ามาแจกของใช่ไหม แล้วจัดแถวให้เสร็จสรรพ
เปิดหลังรถนำไก่จัดใส่จาน คนรีบมาต่อคิวกันยาวมากกก บางคนที่ขาพิการก็รีบรุดมาจนลื่นล้มไปก็มี เป็นอีกครั้งที่เจอเหตุการณ์ที่ทำให้ใจมันรู้สึกกระตุกอย่างแรง ในกลุ่มคนจรมีการบอกว่า ขอให้คนพิการก่อน ขอให้เด็กก่อน จากนั้นต่างก็เดินมารับตามคิว ลาบไก่ทอดที่เตรียมไปในตอนแรกหมดลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งจานที่ใส่ด้วย พวกเราตัดสินใจหั่นไก่ทอดเพิ่ม เราก็วิ่งไปซื้อถุงมาใส่แทนจาน สรุปสุดท้ายก็แจกจ่ายไปจนหมดและแอบใจเสียด้วยซ้ำว่ามีมาให้ไม่พอกับคนที่ต่อแถวอยู่อีกยาวเลย บางคนที่ต่ออยู่ก็บอกว่า ต่อคันไหนๆ ก็ไม่เคยทันเลย น่าสงสารจัง

ในช่วงเวลาที่เราแจกอยู่ก็มีรถหลายคันทยอยมาจอดแบ่งปันกันอยู่ตลอด สอบถามกับคนที่คอยจัดแถว เค้าบอกว่ามีประมาณ 100 คน บางวันก็ถึง 300-400 คนเลยทีเดียว คิดในใจว่ามีโอกาสจะมาอีกแน่นอน ถ้ามีความพร้อม บางคนก็ถามหาน้ำดื่ม ซึ่งพวกเขาน่าจะเก็บไว้ดื่มได้ ยิ่งในหน้าร้อนคงยิ่งทวีความต้องการ ก่อนหน้านี้ได้อ่านเจอโครงการรถหมูแดง ของมูลนิธิกระจกเงาที่ทำมานานแล้ว และสามารถให้เราไปร่วมสมทบทุนได้ด้วย

ในบางครั้งไม่รู้ว่าเรามีน้อยหรือมีมาก
ในบางครั้งเราไม่ทันรู้คุณค่าของชีวิต
ในบางครั้งเราหายใจทิ้งขว้างและเอาแต่ครุ่นคิด
เรามาอาศัยอยู่ในโลกนี้เช่นเดียวกัน และก็จะจากไปในวันหนึ่ง

โลกควรจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ สังคมควรได้รับการเยียวยา
ต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ และอื่นๆ ที่น่าจะเป็น
ซึ่งบางทีมันก็..ไม่เป็นอย่างนั้น

เรามีไม่มาก เราก็ให้เท่าที่ให้ได้ แบบเต็มใจก็พอ
งานนี้ได้กำไรมาแล้วและได้กำไรมาอีก เป็นกำไรที่เป็นเงินและกำไรในส่วนของ สปช.

กลับมาบ้านบอกแม่ว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องเตรียมของใส่บาตรแล้วนะ แม่ได้บุญนี้ไปเต็มๆ แล้ว เพราะแม่เป็นคนทอด :D


จูน

2.1.59

ว่าจะเขียนอย่างสม่ำเสมอในปี 2016

ว่าจะเขียนอย่างสม่ำเสมอในปี 2016

เพราะปีที่ผ่านมา 2015 มีเรื่องราวมากมายที่ผิดแปลกไปจากเดิม
ย้ายมาอยู่กับพ่อแม่และยายและน้าและพี่สะใภ้และหลาน (เยอะ)
แบบชั่วคราว

และต้นปีนี้กำลังจะย้ายไปดินแดนใหม่ที่มีสีเขียวล้อมรอบมากขึ้น
อยู่แบบสมถะ ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่การงานก็ดังเดิม

ต้นปี 2015
แม่ต้องเข้ารักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ
บอลลูนเส้นเลือดไป 2 ครั้ง จนอาการปกติแล้วในปัจจุบัน
แม่เป็นคนพูดเยอะ และขี้กลัวมากๆ แต่จะบอกทุกคนว่าไม่กลัวและปลงได้แล้ว
สถานการณ์เลยค่อนข้างสับสน ว่าจะปลอบหรือจะขู่ดี
สุดท้ายก็ผ่านไปได้ และเป็นปีที่ได้ป้อนข้าวแม่ครั้งแรก

มาอยู่ที่บ้าน เจอยาย (ที่เป็นน้องของตา)
แกชอบเล่าเรื่องความหลัง มันสนุกและน่าสนใจหลายเรื่อง
บางเรื่องก็น่าทึ่งซะจน แบ่บ..สร้างหนังเลยดีกว่า
ต่อไปจะเขียนเรื่องราวๆ เก่าๆ ที่ยายเล่าให้ฟังเอาไว้ใน TAG : เรื่องเล่าของยาย
ในคราต่อๆ ไป สนุกนะ บอกเลย

บางเรื่องจะเขียนย้อนหลังแบบนึกขึ้นมาได้ก็เขียน
วันต่อวันถ้ามีเวลาก็จะเขียน
เขียนไว้แบ่งปัน ถ้าชอบก็อ่านนะ

การบันทึกดีหลายอย่าง กระทั่ง Status ใน Facebook
เมื่อไปอ่านย้อนหลังก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
ทั้งอารมณ์วุฒิภาวะต่างๆ หลายๆ ครั้งก็ม้านหน้าตัวเอง
เขียนลงไปได้ไง น่าอายจริงๆ

ดี..ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง
อารมณ์เบาลง โกรธเคืองเดือดดาลน้อยลง
จากที่เคยขับรถเร็ววว..บนถนนหลวงในช่วงเลิกงานกลับบ้าน ตี 3 ตี 4 ประจำ
จากที่เคยอารมณ์ร้อนมีคนขับรถปาดหน้าแล้วขับไปปาดกลับ
พร้อมโชว์นิ้วกลางให้..ที่สำคัญมีแม่นั่งวี้ดว้ายอยู่ข้างๆ ฮาา

ตอนนี้สงบเสงี่ยมเป็นที่สุด วางเฉยได้อย่างดี

สวัสดีปีใหม่ 2016
ขอให้ทุกท่านสุข / ซน / ทนได้ทุกเรื่อง
ในปีลิงนี้

24.12.55

5th Anniversary of the day we met Baloo

วันเกิดบาลูครบรอบ 5 ขวบไปเมื่อ 16 กันยายนที่ผ่านมา
แต่ที่ครบรอบ 5 ปี ที่พบกันครั้งแรก และอุ้มกลับมาอยู่บ้านด้วยกัน เป็นวันที่ 16 ธันวาคม 2007

รูปแรกของบาลู..มาวันแรกก็หลับอุตุ

เจอบาลูครั้งแรกที่สวนจตุจักร ตอนแรกก็แค่จะไปเดินเล่นที่โซนสัตว์เลี้ยง..เดินผ่านเห็นบาลูนั่งในกรงทำตาใสซื่อ กระดิกหูเผยยิ้ม ก็รู้สึกถูกชะตากับหมาตัวนี้จริงๆ บาลูตัวโตกว่าพี่ๆ น้องๆ คอกเดียวกันทั้งๆ ที่อายุ 3 เดือนเท่านั้น นั่งในกรงที่ดูคับแคบแทบขยับไม่ได้ ใจจริงชอบหมาลาบราดอร์มากๆ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเลี้ยง เพราะตอนนั้นยังเช่าแชร์บ้านกันอยู่ 3-4 คนเป็นทาวน์เฮ้าส์

เดินต่อไปดูสัตว์อื่นๆ อีกซักพัก ใจรู้สึกพะวงนิดๆ ว่าแล้วก็ชวนกันกลับไปดูอีกที แต่คราวนี้เข้าไปดูใกล้ๆ ถึงในร้าน ! มีคู่แฟนคู่หนึ่งกำลังตกลงราคากับคนขายกันอยู่ เป็นพี่น้องของบาลู 2 ตัวสีดำ 1 สีเหลือง 1 ตัว เห็นว่าจะเอาไปเลี้ยงที่สวน ในที่สุด 2 ตัวนั้นก็ถูกซื้อไป เราก็เดินด้อมๆ มองๆ ไปที่กรงบาลู คนขายบอกว่าเอาออกมาดูได้นะ แล้วก็เปิดกรงให้บาลูออกมา บาลูนั่งแผละลงบนพื้นกระเบื้องลื่นๆ ที่ดูเหมือนจะนั่งไม่ค่อยถนัด ในตอนนั้นคาดหวังว่าหมาเด็กๆ จะต้องขี้เล่นแน่เลย แต่บาลูกลับนิ่งๆ เฉยๆ แต่ซักพักก็วิ่งไปลื่นไป เหมือนคนเล่นสเก็ต...ขาของบาลูมีขนแซมสีน้ำตาลทั้ง 2 ข้าง ไม่ดำสนิทตามที่ตำรากล่าวไว้ คนขายอยากขายมากบอกว่าเดี๋ยวโตขึ้นมันก็หายแซมเอง หรือว่าถ้ามันเป็นสีแซมไปทั้งตัวก็ได้ราคาเลยนะ โม้ไปเรื่อย..ใครจะซื้อหมาไปเลี้ยงแล้วเอาไปขายต่อกัน !

เราเหลือบไปเห็นพี่น้องของบาลูอีกตัวหนึ่งอยู่ในคอกข้างนอกกรงซึ่งเป็นตัวผู้สีเหลืองที่ดูจะร่าเริงกว่า พวกเราก็เดินไปที่กรงแล้วก็เล่นกับหมาตัวนั้น ในใจเราคิดว่าหรือว่าจะเอาสีเหลืองตัวผู้ตัวนี้ดี ก็คุยๆ กันไปมาซักพัก บาลูก็เห่าเสียงดังขึ้นมาลั่นร้าน คนขายบอกว่ามันทวงสิทธิ์แล้วนะ สุดท้ายก็ได้อุ้มเจ้าดำกลับบ้านมา วันนั้นก็หาซื้ออาการเม็ด ปลอกคอสายจูงกันตอนนั้นเลย แถมไม่ได้เอารถไป..ตอนนั้นอยู่แถวๆ ซอยอารีย์ เราแบกบาลูขึ้นตุ๊กๆ กลับมาจากจตุจักร บาลูเหมือนจะขี้กลัวมากๆ นอนหมอบแหมบในรถตุ๊กๆ พอถึงบ้านถึงกับต้องแงะออกมา พอเข้าบ้านชีก็นอนแหมบอยู่ตรงหน้าบ้านนั่นแหละ ไม่ยอมเข้าบ้านเหมือนไม่กล้าเดินข้ามธรณีประตู จนสุดท้ายต้องอุ้มเข้าบ้าน !

อยู่ด้วยกันมา 5 ปี รักบาลูมาก เหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกผิดกับบาลูมากๆ
ครั้งที่เราออกไปนอกบ้านโดยลืมเก็บถังขยะ แล้วกลับมาเห็นถังขยะโดนรื้อกระจุย กล่องนมถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ขยะโดนลากไปทั่วบ้าน พอกลับมาไม่รู้ว่าตัวไหนทำก็จะดุทั้งคู่เพื่อดูอาการส่อพิรุธ บาร์เล่ย์จะแลบลิ้นแผล่บๆ ทำตาแป๋วๆ ส่วนบาลูจะหยีตา ทำตาปริบๆ ไม่รู้ว่าตัดสินยังไงก็มักจะลงโทษทั้งคู่ นึกว่าครั้งต่อๆ ไปจะไม่มีอีก แต่ก็มีตามมาอีกซัก 3-4 ครั้ง ครั้งสุดท้ายก็ลงโทษโดยการตี ตีให้ร้องทั้งคู่ เพราะคิดว่าจะได้จำไม่ทำอีก ปกติหมาพวกนี้ตีเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึก แต่คราวนี้เราเพิ่มน้ำหนักตีแรงขึ้น จนบาลูร้องอี๊ด

จากวันนั้นเราก็ไปหาซื้อกล้องวงจรปิดราคาไม่แพงที่ใช้ต่อกับคอมพิวเตอร์มา แล้วก็ออกจากบ้านโดยไม่เก็บถังขยะ กลับมาขยะถูกรื้อเหมือนเดิม พอไปเปิดดูเท่านั้นแหละ ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง..บาลูเป็นผู้บริสุทธิ์ ตัวที่รื้อเป็นบาร์เล่ย์ที่พอเราออกไปไม่นานมันก็ไปรื้อๆๆ ลากไปทั่ว แถมลากผ่านหน้าบาลูที่กำลังนอนอยู่ บาลูนอนของเธออยู่เฉยๆ ไม่สนใจกิจกรรมนี้ซักนิดเดียว...เท่านั้นแหละ ความรู้สึกผิดก็แล่นวูบขึ้นมา ขอโทษขอโพยบาลูใหญ่เลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเธอจะรู้และให้อภัยหรือเปล่า แต่จากนั้นก็ไม่เคยลงโทษบาลูอีกเลย ถ้าวันไหนลืมเก็บถังขยะแล้วขยะโดนรื้อ คราวนี้ไม่ดูกล้องวงจรปิดแล้ว..ตีเลย..ตีไอ้เล่ย์










พวกเรารักบาลูนะ จะดูแลให้ดีที่สุด จนกว่าเราจะจากกันไปข้าง

Baloo แปลว่าหมีในภาษาฮินดู ตอนแรกว่าจะชื่อ บากีร่า ที่เป็นเสือดำในเรื่องเมาคลี..แต่เรียกยากไป บาลู..หมีที่เป็นสัตว์เลี้ยงของ Bear-Garden ดูเข้ากันดีนะ :D




28.4.55

Moulting T-Shirt

Coming "Moulting T-Shirt" Limited edition.

Special collection T celebrated the new album "Moulting" with June's pen drawing "skeleton activities".
Green on black T-shirt

Size & Price
Only size S right now..don't worry our "S" = normal size "M"
Chest 36"
Price 280 THB.

ตอนนี้เหลือเฉพาะไซส์ S ถึงเท่ากับ M ปกติ
คือรอบอก 36 นิ้ว
ราคา 280 บาท ( ส่งฟรีทั่วประเทศไทย)

Please contact : june.thebear@gmail.com

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More